Made with Tripod.com
 
ยินดีต้อนรับเข้าสู่Web site
ประวัติผู้เขียน  
   
บทความน่าอ่าน  

ที่มาของคำว่า O.K.
คำว่า O.K. ย่อมาจากคำว่า Oll Korect ซึ่งจริงๆ แล้วที่ถูกต้องคือ All Correct แปลว่า ถูกต้อง และการใช้ O.K. นั้นก็แปลว่า ถูกต้อง ตกลง แน่นอน ใช้ได้ ประวัติการใช้คำว่า O.K. นั้นก็เนื่องมาจากว่า มีพ่อค้าอเมริกันคนหนึ่ง เป็นคนที่มีฐานะ และตำแหน่งการงานดี เสียพื้นฐานการศึกษาน้อย ไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องหนังสือ ทุกครั้งที่สั่งงานในใบสั่ง พ่อค้าจะต้องเขียนลงในแผ่นกระดาษนั้นว่า Oll Korrect เสมอๆ นานเข้า กิจการค้าของเขาก็เจริญรุ่งเรือง งานติดต่อใบสั่งต่างๆ มีมาก และต้องการความรวดเร็ว ถ้าจะเขียน Oll Korrect คำเต็มๆ ก็จะเสียเวลา เขาจึงย่อสั้นๆว่า O.K. เท่านั้น และได้มีการใช้มาจนถึงทุกวันนี้

ตัวเลขบนบัตรประชาชนมีความหมายว่าอย่างไร
ความหมายของตัวเลข 13 หลัก มีดังนี้
1. เลข 13 หลัก แบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 มี 1 หลัก หมายถึง ประเภทของบุคคล ซึ่งมี 8 ประเภท
ส่วนที่ 2 มี 4 หลัก หมายถึง สำนักทะเบียนที่ออกเลขประจำตัวให้กับประชาชน
ส่วนที่ 3 และส่วนที่ 4 รวมกันมี 7 หลัก หมายถึง ลำดับที่ของบุคคลในแต่ละประเภทของแต่ละสำนัส่วนที่ 5 มี 1 หลัก หมายถึง เลขตรวจสอบความถูกต้องของเลขประจำตัวประชาชนทั้งหมด

2. ประเภทของบุคคลที่อยู่ในทะเบียนราษฎร แบ่งออกเป็น 8 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 ได้แก่ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งการเกิดภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด
ประเภทที่ 2 ได้แก่ คนที่เกิดและสัญชาติไทย ได้แจ้งการเกิดเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด
ประเภทที่ 3 ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวซึ่งมีชื่อแต่ละรายการบุคคลในทะเบียนบ้านก่อนวันที่ 31 พ.ค. 2527
ประเภทที่ 4 ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและได้มีการย้ายเข้าในทะเบียนบ้านขณะยังไม่มีเลขประจำตัว (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2527)
ประเภทที่ 5 ได้แก่ คนไทยและคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวที่ได้อนุมัตให้เพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้าน
ประเภทที่ 6 ได้แก่ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายในลักษณะชั่วคราวและคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ประเภทที่ 7 ได้แก่ บุตรของบุคคลประเภทที่ 6 ซึ่งเกิดในประเทศไทย
ประเภทที่ 8 ได้แก่ บุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยหรือบุคคลที่ได้รับสัญชาติ

เครื่องถ่ายเอกสารกับอันตรายที่แฝงอยู่
เครื่องถ่ายเอกสารที่ใช้กันอยู่ในสำนักงานมีอยู่ 2 ชนิดคือเครื่องถ่ายเอกสารระบบแห้งและระบบเปียก เครื่องถ่ายเอกสารระบบแห้งจะใช้ผงหมึก (ผงคาร์บอนและเรซิน) ผสมกับสารที่ทำหน้าที่เป็นตัวนำผงหมึกให้ไปติดลูกกลิ้ง เมื่อผงหมึกถูกดูดให้ไปเกาะติดที่ลูกกลิ้งแล้ว สารตัวนำผงหมึกเหล่านี้ก็จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่
สำหรับเครื่องถ่ายเอกสารระบบเปียกใช้สารละลายไฮโดรคาร์บอน เป็นตัวนำหมึกไปติดลูกกลิ้ง กระดาษจะถูกทำให้ชื้นก่อนด้วยสารละลายดังกล่าว ก่อนที่จะนำผงหมึกไปติดลูกกลิ้ง เมื่อผงหมึกติดบนกระดาษแล้วความร้อนหรืออากาศก็จะถูกใช้เป็นตัวช่วยให้กระดาษแห้ง การที่ผงหมึกถูกดูดเข้าไปติดลูกกลิ้งอาศัยหลักการทางไฟฟ้า
แม้เครื่องถ่ายเอกสารจะมีประโยชน์ต่อการทำงานแต่สารเคมีต่างๆ ตลอดจนแสงและแสงเหนือม่วง ที่แผ่รังสีออกจากจากหลอดไฟในเครื่องจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้เครื่องถ่ายเอกสารเป็นประจำ และเป็นเวลานานโดยทำให้เกิดความระคายเคืองต่อตา ระบบทางเดินของลมหายใจ จมูกและคอ ไอ จาม นอกจากนี้ยังพบว่าสารซึ่งมีในผงคาร์บอนเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งอีกด้วย

คนชอบแก้ตัว  
คนขี้เหงา  
คนเก็บกด  
เศร้า ฮือๆ  
บทบาทของพ่อ  
ความเครียด(1)  
ความเครียด(2)  
เงินไม่สำคัญ  
108 ปัญหาคอม  
   
Webที่น่าสนใจ  
คอมพิวเตอร์.com  
Jananet.com  
Technology.com  
ClinicComp.com  
IT Center.com  
Mut.ac.th  
นานาสาระ.com  
Thaidet.com  
Thainas.com  
Wutt.com